Dhammaster.com

เหตุเกิดที่ไหน ดับที่นั่น

ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปเมืองโกสัมพี...ซึ่งมีพระเจ้าแผ่นดินชื่อ'อุเทน'ครองเมือง แล้วก็มีพระมเหสีของพระเจ้าอุเทนองค์หนึ่งชื่อ'มาคันทิยา'ไม่ชอบพระพุทธเจ้าเรื่องไม่ชอบพระพุทธเจ้านี่ก็เพราะว่า...แม่คนนี้รูปงามแกสวย แล้วก็มีความหยิ่งในตัวเองว่าเราเป็นคนสวยมากไม่อยากจะแต่งงานกับใครทั้งนั้น ใครมาขอแต่งงาน พ่อแม่ก็ไม่ให้แต่ง เจ้าสาวก็ไม่ชอบใจ...รอหาเจ้าบ่าวที่มีรูปร่างสวยงามเหมาะสมกัน...

วันหนึ่งพ่อได้ออกไปพบพระพุทธเจ้า พอพบแล้วก็ชอบใจเลื่อมใสในรูปร่างของพระองค์....ชอบใจก็เลยบอกพระพุทธเจ้าว่า...อย่าไปไหนนะ เดี๋ยวจะเอาลูกสาวมาให้ดูหน่อย พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้รับปากรับคำอะไร...แต่ว่าเมื่อพราหมณ์คนนั้นไปแล้ว พระองค์ก็หลีกไปเสียจากที่ตรงนั้นไปแอบเสียหน่อย แต่ว่าเหยียบรอยเท้าไว้ที่ตรงนั้น

พราหมณ์คนนั้นพอกลับไปถึงบ้าน...ก็บอกกับเมียบอกลูกสาวว่าให้แต่งตัวสวยๆ...เวลานี้ไปพบคนที่เหมาะจะเป็นสามีของเจ้าแล้วเราบอกให้หยุดรออยู่ที่ตรงโน้น...เมื่อไปถึงไม่เห็นองค์พุทธเจ้าเห็นแต่รอยเท้าของพระองค์ เมื่อเห็นรอยเท้า ภรรยาก็บอกกับสามีว่า...รอยเท้าคนอย่างนี้หรือจะเอามาเป็นลูกเขยเราคนอย่างนี้เขาไม่มีกิเลส จะมาเป็นลูกเขยเราได้อย่างไร...? สามีก็บอกว่า...เจ้าน่ะมันฉลาดหนักหนาละ เก่งทายทักเหมือนเห็นจรเข้ในอ่างน้ำงั้นแหละ...แล้วก็ตามหา

หาไปก็พบพระพุทธเจ้าเข้า ก็นิมนต์ให้ออกมาที่แจ้งๆ...จะได้พบกับลูกสาว พระองค์มาถึงแล้วก็เทศน์ให้ตายายฟังแต่ว่ากับลูกสาวนั้นพระองค์บอกว่า....'ลูกสาวของท่านอย่าพูดถึงว่าเราจะจับด้วยมือเลยแม้จะจับด้วยเท้าก็ไม่สมควร'

นางสาวมาคันทิยาได้ยินได้ฟังแล้วก็เจ็บใจนัก...เจ็บใจว่าบุรุษคนนี้ว่าเราอย่างนี้ เอาล่ะ เราจะพยาบาทไว้...เมื่อใดเรามีบุญวาสนาได้เป็นใหญ่เป็นโตจะต้องเล่นงานสักทีพยาบาทไว้อย่างนั้น...

ครั้นต่อมาก็จับพลัดจับผลูได้ไปเป็นพระสนมของพระเจ้าอุเทนเลยมีบุญขึ้นแล้ว ก็รู้ว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เมืองนั้น...ก็สั่งให้คนไปเที่ยวด่า...ด่าที่นั่น...ด่าที่นี่ พระพุทธเจ้าบิณฑบาตรที่ไหนก็จ้างคนไปเที่ยวด่า...ด่าเรื่่อยๆไป(เหมือนจ้างคนให้ด่าในสมัยหาเสียงอย่างนั้นแหละ)ด่าเสียจนรำคาญ....พระพุทธเจ้าท่านไม่รำคาญอะไร...พระอานนท์สิรำคาญ พระอานนท์เลยบอกว่า...'เมืองนี้ไม่ไหวเวลานี้ มีคนขี้ด่าเต็มบ้านเต็มเมือง เราถอยไปอยู่เมืองอื่นเถอะ'....พระพุทธเจ้าว่า.....

'จะไปไหนล่ะ...อานนท์ จะไปเมืองที่คนไม่ขี้ด่าอย่างเมืองนี้แล้วไปเมืองนั้นเจอคนขี้ด่าอีก จะทำอย่างไร...?มิต้องหนีคนขี้ด่ามันตลอดเวลารึ...ตถาคตนี้ไม่ยอมหนีอย่างนั้นตถาคตเป็นเหมือนกับช้างที่ออกสู่สงคราม เขายิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ช้างก็ไม่ถอยหนี จะยืนสู้กับลูกศรจนกระทั่งว่า....หมดลมหายใจ.....เหตุมันเกิดขึ้นที่ไหนต้องให้ดับที่นั่น...

เหตุที่เกิดขึ้นที่เมืองนี้ ก็ต้องให้มันดับที่เมืองนี้...คนจะด่าพระตถาคตได้อย่างมากก็ 7 วัน มันก็หยุดด่าเอง..เพราะว่าเราไม่ได้ด่าตอบ เขาเหนื่อยหน่ายในการด่าเขาก็หยุดไปเอง เราจะต้องอดทน...ต้องหนักแน่นกับเหตุการณ์อย่างนี้'แล้วผลที่สุดเขาก็หยุดด่า พระองค์ก็ชนะสิ่งเหล่านั้นได้...

อันนี้เป็นบทเรียน...เป็นเครื่องเตือนใจ....ว่าในชีวิตของเราก็เหมือนกัน อะไรๆที่เกิดขึ้น เราต้องต่อสู้กับมัน เราอย่าได้คิดหนี...บางคนก็หนีออกจากบ้านไปโน่นไปนี่ไปแล้วก็กลับมาอีก กลับมาเจอของเก่าเข้าอีก....อย่างนี้นมันหนีไม่ถูก...ไม่ได้..เราจะต้องต่อสู้กับสิ่งนั้นต้องใช้ปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาไตร่ตรอง....เราก็ชนะสิ่งเหล่านั้นได้...ฯ

จากปาฐกถาธรรม วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2526

หนังสือ "อยู่กันด้วยความรัก"
คติธรรมจากปาฐกถา

พระพรหมมังคลาจารย์

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ